You are here: การบริการต่างๆ, บริการ/บทความทั้งหมด, สาระน่ารู้เกี่ยวกับโคมไฟไฮเบย์, ไฟไฮเบย์ -> LED VS Metal Halide เปลี่ยน ไฟ LED ไฮเบย์คุ้มค่ากว่าจริงๆ

LED VS Metal Halide เปลี่ยน ไฟ LED ไฮเบย์คุ้มค่ากว่าจริงๆ

This entry was posted in การบริการต่างๆ, บริการ/บทความทั้งหมด, สาระน่ารู้เกี่ยวกับโคมไฟไฮเบย์, ไฟไฮเบย์ and tagged , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

          เมื่อพิจารณาเทคโนโลยีใหม่ที่ส่งผลดีกับสภาพแวดล้อม ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ควรให้ความสนใจ มากกว่าราคาแรกเริ่ม เพราะยังมีส่วนประกอบอื่นที่สำคัญกว่า อย่างเช่น เวลาการเปิด ปริมาณแสง ความร้อน การประหยัดพลังงาน อายุการใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงแรก เจ้าของธุรกิจอาจเข้าใจว่า การลงทุนใช้ไฟ  LED ไม่ได้ผลในการประหยัดเงินในทันที แต่ความจริงแล้วจะคุ้มค่าการลงทุนในเวลาไม่นานเมื่อเทียบกับหลอด metal halide ที่ใช้กำลังไฟ มากถึง 400W -1,000W

LED VS Metal Halide Replacement

 

Lighting Start-Up and Cool-Down

          Metal Halide เมื่อเริ่มเปิดหลอดระบบของการสตาร์ท จะเริ่มต้นขึ้น ในช่วงแรกแสงสว่างจะน้อยมากๆ เพราะต้องรอการเพิ่มขึ้นของความดันและอุณหภูมิภายในหลอด อาจต้องรอถึง 5-15นาทีในการเริ่มเปิดให้ได้แสงเต็ม 100% และในช่วงเวลานี้นอกจากแสงจะออกมาในปริมาณที่น้อยแล้ว สีของแสงและอุณหภูมิแสงยังผิดเพี้ยนอีกด้วย ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ อาจจะต้องรอถึง 12นาที เพื่อให้หลอด metal halide อุณหภูมิลดลง กลับมาอยู่ในสภาวะที่พร้อม ที่จะเริ่มทำงานอีกครั้งเพื่อรักษาอายุการทำงานของหลอด ซึ่งระบบการ เปิด และ ปิด หลอด metal halide นี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ LED

          LED จะใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย สามารถทำงานได้ในทันทีที่ต้องการ ในการเปิดใช้เวลาสั้นมากๆ เพียง 0.3-0.5 วินาที ไม่ต้องรอวอร์ม หรือแม้กระทั่งการปิดแล้วเปิดใหม่ก็ทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากเกิดกรณีไฟฟ้าดับจึงไม่ส่งผลเสียใดๆกับ LED เลย

Metal Halide Operation

          Metal Halide มีส่วนประกอบเป็นก๊าซ ที่บรรจุอยู่ในหลอดแก้ว เมื่อทำงานจะเกิดอุณหภูมิและความดันภายในสูงขึ้น มีความอันตราย ซึ่งแตกต่างจาก LED ที่ไม่มีก๊าซ อุณหภูมิสูง หรือแรงดันที่เป็นอันตราย โครงสร้างของ LED มีองค์ประกอบในการสร้างแสงที่ มั่นคง(stable) ถูกสร้างขึ้นมาจากสารกึ่งตัวนำที่มีต้นกำเนิดจากทราย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจาก ก๊าซแรงดันสูง อุณหภูมิสูง ความเปราะบางของหลอดแก้ว  ดังนั้น LED มีความปลอดภัยมาก ซึ่งได้พิสูจน์จากผู้ใช้งาน LED ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากับการใช้งานจริง  ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม สนามกีฬา ปั๊มน้ำมัน หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาล และได้กลายเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่กับการใช้งานอุปกรณ์ให้แสงสว่าง

Metal Halide เมื่อทำงานจะเกิดอุณหภูมิและความดันภายในสูงขึ้น มีความอันตราย

Metal Halide and LED Life Span

          Metal Halide มีอายุการใช้งานที่ระบุจากผู้ผลิตประมาณ 20,000 ชั่วโมง แต่ข้อมมูลนี้อากเป็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสมสักเท่าไรนัก เพราะจากการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง อายุของหลอดชนิดนี้ มีแค่ประมาณ 5,000 ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากเมื่อหลอดเริ่มเสื่อม แสงจะลดลงกว่า 60% การทำงานภายในหลอดชนิดนี้จะเปลี่ยนแปลง หลอดไฟจะต้องการแรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อให้สร้างอุณหภูมิก๊าซภายในให้สามารถทำงานได้ แต่เมื่อไม่สามารถเพิ่มแรงดันจากแหล่งจ่ายได้ ปรากฏการณ์รีสตาร์ทหลอดจะเริ่มขึ้น เมื่อหลอดไฟทำงานได้ไม่เต็มที่ อุณหภูมิจะเย็นลง ทำให้หลอดกลับมาสู่สภาวะเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง และค่อยๆร้อนขึ้น การร้อนขึ้นและเย็นลงของหลอดจะวนไปแบบนี้เรื่อยๆ ซึ่งปรากฏการณ์นี้ ส่งผลให้หลอดกินไฟมากขึ้น และแสงสว่างลดลงอย่างมาก

          LED  ถูกออกแบบมาด้วยที่เทคโนโลยีที่แตกต่างจากหลอดไฟเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้อายุของหลอด LED มีมากกว่า 50,000 ชั่วโมง หรือถึง 100,000 ชั่วโมง การลดลงของแสงสว่างมีน้อยมาก ที่ 20,000 ชั่วโมง LED ยังคงให้แสงสว่างมากกว่า 90%  ดังนั้นอายุการใช้งานของ LED จึงมากกว่า Metal Halide ถึง 10 เท่า

Metal Halide and LED Life Span

LED Beam Angle

         Metal Halide แบบดั้งเดิม เป็นหลอดแก้วที่ผลิตแสงที่ตรงกลางแล้วกระจายออกรอบทิศทาง แสงจะสูญเสียออกทางด้านบนและด้านข้างจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ตัวสะท้อนแสงหรือเลนส์เพื่อช่วยปรับทิศทางแสงให้ไปในทิศทางที่ต้องการ แต่ก็ยังต้องสูญเสียประสิทธิภาพของแสงส่วนหนึ่งไป และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้แสงทั้งหมด อยู่ในทิศทางที่ต้องการ แสงส่วนหนึ่งที่กระจัดกระจายออก ทำให้เกิดมลพิษทางแสง ที่ทำให้แสบตา

          LED มีลักษณะทิศทางแสงที่แตกต่างไปจากเดิม ด้วยมุมของลำแสงที่แคบ กระจายแสงออกไปข้างหน้าในทิศทางเดียว ทำให้ควบคุมแสงไปยังพื้นที่ใช้งานได้ง่าย แสงไม่กระจัดกระจายออก ลดความสูญเสียในทิศทางที่ไม่ต้องการ ช่วยลด มลพิษทางแสง ไม่แสบตา เพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้สูงขึ้น

Metal Halide VS LED Beam Angle

LED Lighting Heat Dissipation

          LED มีประสิทธิภาพการสร้างแสงที่ดี นั่นหมายถึงสามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า ไปเป็นแสงสว่างได้มากทำให้เกิดความร้อน(Heat Dissipation) ต่ำ รวมทั้งกำลังไฟของ LED ในแต่ละชุดเมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่นๆ ยังน้อยกว่ามาก ดังนั้นความร้อนที่ออกมาจากชุดหลอด LED จึงน้อยมาก ผลพลอยได้จากความร้อนนี้ จะช่วยส่งผลให้กับเครื่องทำความเย็นในระบบ ทำงานน้อยลง การกินไฟของทั้งระบบจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่เหลือสุดท้ายคือความคุ้มค่าอย่างที่สุด

การประหยัดไฟจาก LED ที่ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

……………………………………..

บริษัท เอ็นจิเนียร์ แอลอีดี ไลท์ติ้ง จำกัด
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 86/189 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

เบอร์โทรศัพท์ : 062-396-5189
Line ID : elight.engineer
Email : elight.engineer@gmail.com
เว็บไซต์ :  www.ไฟไฮเบย์.com, www.elighting-led.com

 

 

Comments are closed.